แหล่งเรียนรู้ประหยัด!
เขียนโดย : KRUDOOK TEACHDENT STORY  21 ก.พ. 2564  |  250 Views
ขอบคุณภาพ : Pexels / Pixabay

เคยสงสัยกันหรือเปล่าว่า
ทำไมครูต้องทำวิจัยในชั้นเรียน...
แล้วทำไม
ครูถึงไม่ทำวิจัยนอกชั้นเรียน....
.
คำถามนี้เป็นคำถามที่แปลกประหลาดมาก ๆ
มีแต่คนประหลาด ๆ (เช่นผม) เท่านั้นที่ตั้งคำถาม
หรือไม่แน่ ผมอาจจะมีเพื่อนที่เคยคิด
และสงสัยกับคำถามคล้าย ๆ กันนี้
ถ้าเป็นเช่นนั้นผมคงไม่เดียวดาย
.
เช้านี้ผมหาเรื่องราวที่อยากจะเขียนไม่ได้
จึงเปิดไปในไฟล์เก่า ๆ ที่ชื่อว่า "คำคมประกอบหนังสือ"
ใช่ครับ! หลายคนก็รู้ว่าผมมีความฝัน
ความฝันที่อยากจะมีหนังสือเป็นของตัวเองสักเล่ม
ซึ่งผมฝันมานานแล้ว เวลาผมเจอคำคม ประโยค เรื่องราวที่ชอบ
ก็มักจะจดบันทึกไว้เป็นเสบียงบุญ เผื่อว่าวันหนึ่งจะได้ใช้
แล้ววันนี้ก็ถือว่าเป็นวันเวลาดี ๆ ที่เหมาะที่สุด
.
พอดีกว่าครับ! ไม่มีใครอยากฟังเรื่องของคนอื่นหรอกจริงไหม
แล้วเรื่องของผมก็ไม่ได้สำคัญเท่าเรื่องที่ผมจะเล่าหรอกครับ
ก่อนจะเข้าเรื่องที่ว่า ทำไมครูต้องทำวิจัยในชั้นเรียน
และทำไมแหล่งเรียนรู้ที่ดีที่สุดของครูทุกคน
คือห้องเรียนที่มีนักเรียนอยู่...
.
ลองอ่านเรื่องนี้ก่อนนะครับ
เพราะเรื่องนี้เป็นสะพานของคำตอบของคำถามดังกล่าว
.
เรื่องเล่าที่ผมจะเล่ามีอยู่ว่า
.
มีผู้ชายคนหนึ่งเป็นคนอาภัพรัก
ด้วยความที่เป็นคนขี้อายและไม่ค่อยพูดค่อยจา
ทำให้ต่อมมนุษย์สัมพันธ์ในตัวเขาไม่ค่อยแข็งแรง
วันเวลานำพาชีวิตเขาให้ผ่านไปเรื่อย ๆ
จนล่วงพ้นเข้าสู่วัยเลขสี่
ในห้วงแห่งความว้าเหว่ ระทมใจ
เขารู้สึกขึ้นได้ว่า ต้องหาผู้หญิงสักคนมาเติมใจชีวิตที่ขาดแหว่ง
วิธีการที่เขาเลือกทำคือการไปดูดวงกับหมอดูไผ่ยิปซี
(ที่แม่นมาก เหมือนมีตาสำหรับมองอนาคต)
เมื่อเขาถึงสถานพำนักของพ่อหมอ ก็พบว่าคิวยาวมาก
เขาจึงอุทานในใจว่า "คงแม่นมาก ๆ สินะ" งั้นฉันจะรอ!
ในที่สุดหลังจากที่รออยู่ทั้งวันก็ถึงคิวสักที
พ่อหมอบอกว่าเขาเป็นคนอาภัพในความรักจริง ๆ (ตอกย้ำซ้ำเติมหัวใจ)
พ่อหมอยังบอกอีกว่า เนื้อคู่ของเขาอยู่ห่างออกไปหลายร้อยกิโลเมตร
อีกทั้งเนื้อคู่ของเขาอยู่บนยอดเขาสูง ซึ่งถ้าเขาอยากพบเนื้อคู่จริง ๆ
เขาจะต้องรีบออกเดินทางตั้งแต่วันนี้
ใครจะไปเชื่อ แต่เขาเชื่อ เขาจึงออกเดินทางไปในที่ดังกล่าว
ผ่านร้อน ผ่านหนาว ผ่านฝน จึงถึงภูเขาลูกที่ว่า
แต่แล้วสิ่งที่เขาพบเจอกลับมีแต่ "ความว่างเปล่า"
มีแต่ป่าไม้ ดอกไม้ เสียงนก ไม่มีบ้านเรือน ไม่มีผู้คนแม้สักคนเดียว
เขาเดินคอตกกลับบ้านแบบเซ็ง ๆ ในใจก็นึกโมโหพ่อหมอ
แต่ในความโชคร้ายสุด ๆ มักมีความโชคดีหลบซ่อนอยู่
เพราะเรื่องราวมหัศจรรย์กำลังเกิดขึ้นอีกในไม่กี่บรรทัดนี้
ในระหว่างที่เขากำลังจะเดินเข้าบ้านของเขาเอง
เขาก็ได้พบกับหญิงสาวที่เขาออกตามหา
แท้จริงแล้วเนื้อคู่ที่เขาตามหามาทั้งชีวิตก็คือ
หญิงสาวที่อยู่ข้างบ้านเขานั่นเอง
แล้วทั้งคู่ก็ได้ใช้ชีวิตร่วมกันอย่างมีความสุข
จอ บอ จบ! ......
.
เรื่องนี้มองได้หลายมุม
บางคนอาจคิดว่าผมยียวนกวนใจ
บางคนอาจคิดว่าฉันมาเสียเวลาอ่านอะไรเนี้ย (เอาเวลาของฉันคืนมา)
ใจเย็นก่อนครับ ไหน ๆ อ่านถึงขนาดนี้แล้ว
จะไม่ลองอ่านให้จบเชียวหรือ!
จริง ๆ แล้วเรื่องเล่านี้ ผมอ่านเจอนานแล้ว
แต่ผมจำเนื้อเรื่องทั้งหมดไม่ได้ จึงขออนุญาตนำมารีมิกซ์ใหม่
สิ่งที่เรื่องราวนี้จะบอกเราก็คือว่า
.
บอกที่ 1 : หากชีวิตเราไม่ได้ผ่านอะไรมาเลย
เราจะไม่ได้พบเจอกับครูที่ดีที่สุดที่ชื่อว่า "ประสบการณ์"
บอกที่ 2 : ความสุขที่จริงแท้ของชีวิตที่เราตามหา
อาจอยู่ไม่ได้ไกลจากตัวเรานัก เพราะความสุขที่แท้จริงก็อาจจะเป็น
ครอบครัว พ่อแม่ พี่น้อง คนใกล้ตัว สนามหญ้าหน้าบ้าน
ดอกไม้หลังบ้าน หมาข้างถนน และ "ตัวเอง"
แต่ก็นั่นแหละครับ กว่าเราจะเข้าใจอย่างถ่องแท้ลึกซึ้ง
เราอาจต้องออกเดินทางเสียก่อนจึงจะพบเจอคำตอบ
เราอาจจำเป็นต้องเดินทางทั้งด้านนอกและด้านใน
จึงพบเจอสิ่งสำคัญของชีวิตและหัวใจ
.
ย้อนกลับมาถึงคำถามที่ว่า
ทำไมครูถึงต้องทำวิจัยในชั้นเรียน
แล้วทำไมห้องเรียนถึงเป็นแหล่งเรียนรู้
หรือเป็นพื้นที่ที่ดีที่สุดที่ใช้ในการบ่มเพาะตัวตน
การสอน วิชา วิทยายุทธของครู ฯลฯ
.
ผมเชื่อว่าคำตอบก็บอกเป็นนัย ๆ อยู่แล้วว่า
บุคคล ผู้คน เรื่องราว
ที่เราอยู่ด้วยทุกเมื่อเชื่อวันนั้นเป็นใคร
หากไม่ใช่ลูกศิษย์ของเรา
ครูที่เป็นครูที่ดีที่สุดของเรา จะเป็นใครที่ไหนไปอีก
นอกจากนักเรียนของเรา
.
นี่แหละครับที่บอกว่า
เรื่องนี้คือ "สะพานของคำตอบ"
.
แน่นอนครับ!
ไม่มีใครปฏิเสธวิทยาการ ตำรา แหล่งเรียนรู้อื่น ๆ
ที่ครูจะต้องศึกษา เดินทางไปดูงาน เรียนรู้ อบรม ฯลฯ
เพียงแต่ว่าสิ่งที่เราควรที่จะโฟกัส
ควรจะเป็นสิ่งใกล้ตัว ใกล้ตา ใกล้ใจให้มาก
จะไม่ดีกว่าหรือ?
.
ใกล้ตัว ใกล้ตา ใกล้ใจ
จะเป็นใครที่ใดได้อีก
หากไม่ใช่ ลูกศิษย์ ห้องเรียน และการสอนของเรา
.
ท้ายที่สุด
ต่อให้เราเดินทางไปสุดหล้าฟ้าใส
เมื่อเรากลับมาอยู่ในพื้นที่สี่เหลี่ยม
กลับมาอยู่ในพื้นที่ที่คุ้นเคย กลับมาอยู่ในพื้นที่ของเรา
กลับมาอยู่ในห้องเรียนที่เสียงเจื้อยแจ้ว ครูครับ ครูคะ
พาตัวเองมาอยู่กับนักเรียน มาทำหน้าที่ "สอน"
.
เราจะพบคล้าย ๆ กันว่า
ที่สุดแล้วห้องเรียนและลูกศิษย์ของเรานี่แหละ
คือคำตอบของทุก ๆ อย่างในชีวิตคนเป็นครู
.
แต่ก็อย่างที่เรารู้และไม่รู้นั่นแหละครับว่า
บางครั้ง(บ่อยครั้ง) กว่าเราจะเข้าใจว่าสิ่งใดสำคัญ
และมีความหมายต่อชีวิตเรา
เราอาจต้องพึ่งหมอดู ต้องออกเดินทาง
เพื่อให้เราค้นพบคำตอบที่แท้จริงว่า
.
สิ่งใดสำคัญต่อเรา...
สิ่งใดดีที่สุดสำหรับเรา...
สิ่งใดคือความสุขของเรา...
.
ขอให้ทุกคนพบเจอคำตอบที่ตามหาครับ

 

 เรื่องที่เราอยากให้คุณได้อ่าน


: 31 ธ.ค. 2563 |  : 495 
ถ้าครูเปรียบเสมือนแอปเปิ้ลหนึ่งผล?


: 28 ธ.ค. 2562 |  : 1188 
ในวันที่ครูปลูกต้นไม้การสอน


: 30 มี.ค 2563 |  : 902 
เด็กเปรียบเสมือนผ้าขาวจริงเหรอ?


: 5 เม.ย. 2563 |  : 295 
เปิดเทอมวันแรก


: 31 ธ.ค. 2563 |  : 206 
นึกออกไหม ถ้าตอนนี้ไม่ได้เป็นครู จะทำอาชีพอะไร


: 5 เม.ย. 2563 |  : 295 
กาลหนึ่งฉันได้ชื่อว่า...ครู


: 21 ก.พ. 2564 |  : 270 
ชั้นเรียนที่วิเศษเกิดขึ้นจากอะไร?


: 5 พ.ค. 2563 |  : 275 
นักรบเสื้อสีครู












 
ติดต่อ TEACHDENT SHARE
การแบ่งปันทำให้โลกน่าอยู่ | PASSION,IDEAS,INSPIRATION  
Compatible Browsers : IE8+ , Mozilla FireFox , Chome , Safari , Opera 
© 2030 All right reserved : Powered By TEACHDENT SHARED TEAM
ติดตามความเคลื่อนไหว สถิติผู้เข้าชม
1 1 4 2 4 1